ป้ายโฆษณา

ป้ายโฆษณา

ก่อนซื้อโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์มือสอง ตรวจ S/N ที่แจ้งหาย/ถูกขโมยที่นี่!! BlockSerial.Com

ประตูใจ ใช้กุญแจดอกไหนเปิดดี

พิมพ์อีเมล

( 1 Vote )


 

ประตูใจ ใช้กุญแจดอกไหนเปิดดี
...คุณพ่อ คุณแม่คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่าการพูดคุยสื่อกับลูกเป็นเรื่องไม่ง่ายคุณอยากจะบอก อยากจะสั่งสอนเขา แต่มันดูราวกับคุณต้องพูดข้ามผนังห้องหรือผ่านกำแพงกั้น ลองทบทวนวิธีการที่คุณใช้อยู่ กับวิธีการเหล่านี้สิ ...

วิธีการที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสื่อสาร ให้ ความเห็นว่าเป็นวิธีการที่ใช้เป็นกุญแจที่จะช่วยทำให้เด็กเปิดใจและยอมเล่าความรู้สึกนึกคิดที่เขาเก็บอยู่ ภายในกับผู้ใหญ่ได้ คุณพ่อคุณแม่อาจลองฝึกเรียนรู้ที่จะใช้คำพูดบางคำ หรือบางประโยคให้เหมาะ ที่จะใช้สื่อกับลูกของคุณเองซึ่งจะช่วยให้ลูกแบ่งปันความรู้สึกของเขาให้คุณ รับรู้ได้ ลองประยุกต์ใช้วิธีการเหล่านี้ เพื่อสร้างความใกล้ชิดและเสริมบรรยากาศแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันเพราะ นั่นเป็นกุญแจดอกสำคัญของการสื่อสารในครอบครัว

กุญแจดอกที่หนึ่ง :B เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดี
ใช้เวลาในการฟังโดยไม่ขัดจังหวะหรือขัดคอลูก รอฟังให้เขาพูดจบเสียก่อนจึง ค่อยตอบสนอง

กุญแจดอกที่สอง :B แสดงออกให้ลูกรู้ว่าคุณกำลังฟังเขา
มองหน้า สบตากับลูกเวลาที่ลูกพูด นั่งให้อยู่ระดับเดียวกับเขาโดยอาจนั่งข้าง

กุญแจดอกที่สาม : หาจังหวะดี ๆB เวลาคุย
เลือกเวลาที่จะคุยกับลูก ในขณะที่เขาผ่อนคลายและให้เวลากับคุณได้เต็มที่ และเป็นเวลาที่คุณเองก็สามารถคุยกับเขาได้โดยไม่มีอะไรคอยมาดึงความสนใจของ คุณอยู่ด้วยเช่นกัน

กุญแจดอกที่สี่ : ใส่ใจกับสีหน้า ท่าทางที่ลูกแสดงออก
เรียนรู้ว่าลูกกำลังรู้สึกอย่างไรจากภาษากาย ท่าทางที่เขาแสดงออก สังเกตว่าลูกยิ้มหรือหน้านิ่ว ดูผ่อนคลายหรือตึงเครียด

กุญแจดอกที่ห้า :B เข้าใจให้กระจ่างชัด
พยายามทำความเข้าใจคำพูดของลูก คุณอาจทวนถามซ้ำเพื่อเพิ่มความเข้าใจหรือเพื่อช่วยยืนยันว่าคุณเข้าใจคำพูด ของเขาได้ถูกต้องแล้ว

กุญแจดอกที่หก : เลี่ยงการเทศนา
อย่าด่วนแสดงความเห็นหรือถามคำถามที่เป็นการตัดสินพฤติกรรมของลูก แต่ช่วยให้เขาได้คิดหาคำตอบหรือหาทางออกด้วยตัวเขาเองจะเหมาะกว่า

คำพูดช่วยเปิดใจ

แทนที่คุณจะพูดหรือถามลอย ๆ ว่า เป็นไงล่ะวันนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจถามพุ่งประเด็นไปให้ชัดเจนในเรื่องสำคัญที่เกิดกับลูก เช่นลูกรู้สึกอย่างไรบ้างกับการสอบเลขวันนี้” (หรือ เหตุการณ์สำคัญใดที่เกิดกับเขาวันนี้)

แทนที่จะถามว่า มีอะไรหรือเปล่า คุณอาจถามให้เจาะจงมากขึ้นและสื่อให้เขารู้ได้ว่าคุณสนใจเขาอย่างแท้จริง เช่นวันนี้ลูกดูร่าเริงเป็นพิเศษ (หรือโกรธ หงุดหงิด ฯลฯ) เหมือนมีอะไรบางอย่าง ?”

แทนที่จะบอกว่า ถ้าแม่ (หรือพ่อ) เป็นลูกนะ …” ใช่…คุณอาจจะอยากแบ่งปันประสบ-การณ์หรือเสนอแนะกับเขา แต่คุณก็อาจหาคำพูดที่มันดูเป็นการเลคเชอร์น้อยกว่านี้สักหน่อย เช่น “แม่ (หรือพ่อ) เข้าใจดีว่าลูกลำบากใจที่ …” แล้วรอจนลูกถามถึงข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นของคุณ

แทนที่จะบอกว่า แม่คิดว่าลูกควรจะ …” คุณก็ลองปล่อยให้เขาได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง เช่นลูกคิดอย่างไรบ้างกับเรื่อง …” เด็กหลายคนพอใจที่จะได้แสดงความคิดเห็นและรับรู้ว่าผู้ใหญ่ก็รับฟังความคิด เห็นของเขา

แทนที่จะบอกว่า เมื่อพ่อ (หรือแม่) อายุเท่าแกนะ …” คุณก็อาจช่วยให้ลูกหันมองสถานการณ์ที่เขาเกี่ยวข้องอยู่ตอนนี้ เช่นแล้วลูกคิดว่าลูกจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรต่อไปบ้างหรือคำถามอื่นที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้เขาได้หัดคิดวิเคราะห์ประเด็นที่เป็นปัญหาเพื่อหาทางออก

แม้ว่าการคุยกับลูก โดยเฉพาะเมื่อลูกเข้าวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าคุณหัดใช้กุญแจและคำพูดเปิดใจที่เหมาะสมในครอบครัวของคุณบ่อยการคุยกับลูกก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก และอย่าลืมว่าท่าทีที่รับฟัง พร้อมจะตอบสนองด้วยความปรารถนาดี ไม่ว่าใครที่มีเรื่องไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็อยากเปิดประตูออกไปหาด้วยกันทั้ง นั้นไม่ใช่หรือ

 

โดย : สุวัฒนา ศรีพื้นผล : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์

ขอขอบคุณ : http://www.icamtalk.com