ป้ายโฆษณา

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

ก่อนซื้อโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์มือสอง ตรวจ S/N ที่แจ้งหาย/ถูกขโมยที่นี่!! BlockSerial.Com

กระต่าย

พิมพ์อีเมล

( 13 Votes )

กระต่าย
       

สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดก็ย่อมมี สิ่งที่จะต้องพิจารณาแตกต่างกันไป โดยเราจะต้องคิดถึงข้อดี ข้อด้อย ข้อจำกัดต่างๆ นอกเหนือจากเรื่องของความชอบส่วนบุค แต่สำหรับการที่จะเลือกเลี้ยงกระต่ายเป็นเพื่อนนั้น คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า"กระต่ายเหมาะสมกับคุณหรือ คุณเหมาะสมกับกระต่ายหรือไม่" คำถามนี้เป็นคำถามที่ เราจะต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน ยังไงลองพิจารณาบทความนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจของคุณ แล้วคุณจะรู้ว่ากระต่ายใช่คำตอบสุดท้ายที่ถูกต้องสำหรับคุณหรือไม่ ...

เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยขนปุย จอมซุกซนนี้ สำหรับคนไทยนั้นยังถือว่าไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่สำหรับชาวต่างชาตินั้น โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐอเมริกา สัตว์เลี้ยงชนิดนี้กลับได้รับความนิยมอย่างมากมาย เพราะว่าเค้ามีความเชื่อที่ว่าเท้ากระต่าย (Rabbit Foot) เป็นสิ่งนำโชคสำหรับพวกเขา กระต่ายจึงกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมือนกับว่าลึกลับสำหรับคนไทย อีกทั้งในประเทศไทยมีกระต่ายอยู่เพียงไม่กี่สายพันธุ์ การที่คุณจะเลือกกระต่ายสักตัวให้สวย น่ารัก และถูกใจจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย อีกทั้งการเลี้ยงกระต่ายก็มีข้อจำกัดในการเลี้ยงอยู่บ้าง ดังที่จะกล่าวต่อไป แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหาเพื่อนที่รู้ใจ น่ารัก ขนปุย และที่สำคัญคือ ไม่ส่งเสียงดัง คำตอบที่เรานึกถึงก็คือ กระต่าย ลองพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจของคุณ

คุณมีเวลาอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมงหรือไม่

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลี้ยง กระต่ายสักตัวหนึ่งแล้ว กิจวัตรประจำวันที่คุณต้องปฏิบัติให้กระต่ายนั้น ค่อนข้างจะต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งการให้อาหาร เปลี่ยนน้ำสะอาด ทำความสะอาดกรง สางขนสำหรับสายพันธุ์ขนยาว และที่สำคัญที่สุดคือการปล่อยให้กระต่ายได้วิ่งเล่นอย่างเป็นอิสระบ้าง ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการให้อิสระ ไม่ใช่การกักขัง

คุณมีสถานที่ที่เหมาะสมหรือไม่

สถานที่วางกรงสำหรับกระต่าย ควรเป็นที่ที่มีอากาศถ่ายเทตลอดทั้งวัน ไม่ร้อนจัด ลมไม่พัดแรง และต้องไม่ชื้นแฉะ เพราะกลิ่นฉี่ของกระต่ายค่อนข้างมีกลิ่นที่แรง ยิ่งถ้าผสมกับมูลด้วย ยิ่งไม่น่าอภิรมย์ยิ่งนัก และอาจจะเป็นแหล่งที่เพาะเชื้อโรคเป็นอย่างดี ดังนั้นกระต่ายจึงไม่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงในบ้านหรือสถานที่ที่ปิดอับ ฉะนั้นคุณจึงต้องเตรียมสถานที่วางกรงให้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับ กระต่าย

สัตว์เลี้ยงตัวเก่าของคุณพร้อมหรือไม่สำหรับเพื่อนใหม่

สำหรับบางคนที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวอยู่แล้ว ต้องการเลี้ยงจะกระต่ายเพิ่ม สิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องระวังอย่างมากเป็นพิเศษ เนื่องจากธรรมชาติของสุนัขและแมว สัตว์เหล่านี้ที่มีสัญชาตญาณของการล่าเสมอ (นอกจากสุนัขบางสายพันธุ์ แต่แมวนี่คือศัตรูตัวฉกาจของกระต่ายเลย) และกระต่ายมักจะเป็นผู้ถูกล่าเสมอ เพราะฉะนั้น มันไม่เป็นการดีแน่ หากคุณมีสุนัขหรือแมวอยู่ก่อนแล้วในบ้าน เรื่องนี้มีวิธีแก้ไขหากคุณต้องการนำกระต่ายมาเลี้ยงเพิ่มจริงสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ คุณต้องพิจารณาว่าสุนัขและแมวของคุณ มีนิสัยอย่างไร และน่าจะเป็นอันตรายต่อกระต่ายหรือไม่ ถ้าหากเค้ามีนิสัยไม่ก้าวร้าวและเป็นมิตร การจะเลี้ยงกระต่ายเพิ่มขึ้นอีกสักตัว ก็ไม่เป็นไร ดังนั้น ก่อนทึ่คุณจะตัดสินใจเลือกกระต่ายมาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวของคุณ คุณต้องพิจารณาสัตว์เลี้ยงเดิมก่อนว่า เค้าจะยอมรับเพื่อนใหม่ขนปุยเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้านหรือไม่

กระต่ายและเด็กน้อยคือเพื่อนซี้กันจริงหรือ

แน่นอน เด็กน้อยน่ารักและกระต่ายน้อยเข้ากันได้อย่างดี เพราะกระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความอดทนในการจับ อุ้ม เป็นอย่างดี กระต่ายจะไม่ทำร้ายเด็กอีกทั้งกระต่ายยังเหมาะสมที่จะใช้ฝึกเด็กให้รู้จักความรับผิดชอบ และทำให้จิตใจของเด็กอ่อนโยน แต่ ... ข้อควรระวังสำหรับเด็กน้อยที่ไม่สามารถอุ้มกระต่ายได้อย่างถูกวิธีนั้นจะทำ ให้กระต่ายดิ้นหลุดมือ นั่นอาจทำให้กระต่ายได้รับอันตราย อีกทั้งสองขาหลังของกระต่ายนั้นเป็นขาที่ทรงพลังอย่างมหาศาล กระต่ายอาจจะดิ้นหรือถีบตัวเองออกจากการอุ้ม ทำให้เล็บอันแหลมคมจากขาหลังทำร้ายเด็ก ๆ ได้ และนี่คือสิ่งที่คุณต้องระมัดระวัง

นักทำลายและกัดแทะทุกสิ่ง
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ากระต่าย คือ ยอดนักขุด และกัดแทะทุกสิ่งที่ขวางหน้า ดังนั้น พรม เฟอร์นิเจอร์สุดหรู สายไฟฟ้า สายโทรศัทพ์ สิ่งเหล่านี้อาจถูกทำลาย เสียหายได้ หากคุณไม่ได้เตรียมตัวป้องกันไว้ล่วงหน้า คุณยอมรับได้หรือไม่กับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในบ้านคุณ โดยไม่ได้ตั้งใจของน้องกระต่ายได้


   
 

อาหารของกระต่าย

1. หญ้า

หญ้ามีหลายชนิดค่ะ ที่หาง่ายได้ทั่วไปก็คือ หญ้าขนค่ะ สามารถจะไปตัดได้จากข้างทาง ลักษณะหญ้าขนก็คือ หญ้าที่เป็นขนๆ นั่นหละ ลองมาดูภาพใกล้ๆดีกว่าค่ะ

นอกจากหญ้าขนแล้วก็จะมีหญ้าอีก หลายๆชนิดค่ะ ที่มีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด เช่น หญ้า timothy หญ้า แพงโกล่า และ หญ้า อัลฟาฟ่าค่ะ โดยที่หญ้าแต่ละชนิดจะมีสารอาหารไม่เหมือนกันค่ะ

หญ้าอัลฟาฟ่า จะมีโปรตีน และ แคลเซี่ยมสูงที่สุด เหมาะสำหรับกระต่ายที่กำลังเจริญเติบโต ที่อายุไม่ถึง 1 ปี หรือกระต่ายที่กำลังอุ้มท้องค่ะ ส่วนหญ้าอื่นๆ ก็ควรจะให้ เพราะว่า มีกากใย หรือไฟเบอร์สูงค่ะ ซึ่งจำเป็นต่อระบบย่อยอาหารของสัตว์กินพืช อย่างกระต่ายค่ะ

ส่วนหญ้าขนนั้น เราให้เป็นอาหารเสริมไว้ในกรงได้เลยค่ะ ให้กระต่ายกินทุกวันได้ก็จะยิ่งดีค่ะ เพื่อรักษาสมดุล์ของระบบย่อยอาหาร เพราะว่า อาหารเม็ดมีกากใยไม่มากพอ ทำให้กระต่ายอ้วน ไม่แข็งแรง การกินกากใยไม่พอ ยังทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา และ เกิดอาการ ก้อนขนอุดตันอยู่ในท้อง หรือที่เรียกว่า Hairball ได้ค่ะ

อ้อ การเลือกหญ้าอย่าลืมตรวจดูด้วยนะคะ ว่าหญ้าต้องไม่มีราขึ้น หรือว่า ฉีดยาฆ่าแมลงมา นอกจากนี้ควรจะล้างหญ้าให้สะอาดด้วยค่ะ

2. อาหารเม็ด

อาหารเม็ดสำหรับกระต่ายมีหลาย ยี่ห้อค่ะ ควรจะเลือกที่อายุไม่เกิน 6 เดือน การกินอาหารเม็ดมากเกินไป จะทำให้กระต่ายอ้วน และไม่แข็งแรงค่ะ ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อกระต่ายอายุเกิน 7 เดือน เราควรจะเริ่มจำกัดอาหารเม็ด อย่าให้กินมากเกินไป เวลาเลือกอาหารเม็ดควรจะเลือกที่ มีโปรตีน และกากใยสูง และเลือกที่ไขมันไม่สูง โดยทั่วไปจะนิยมให้อาหารเม็ดวันละ 2ครั้งคือเช้าและเย็นค่ะ

3. ผักและผลไม้

เมื่อกระต่ายอายุน้อยๆ คืออายุต่ำกว่า 3 เดือนยังไม่ควรให้ผักผลไม้ โดยเฉพาะผักที่มีน้ำมาก เพราะจะทำให้ท้องเสีย ซึ่งภาวะท้องเสีย สำหรับกระต่ายนั้น ถือว่าอันตรายมาก เพราะว่ากระต่ายจะเสียน้ำและมีตายในเวลารวดเร็ว

หลังจากกระต่ายอายุเกิน 3 เดือน เราสามารถจะเริ่มให้ผักผลไม้ได้ แต่ว่าควรจะค่อยๆให้แค่น้อยๆ ให้กระต่ายปรับตัวก่อน

ผักที่กระต่ายกินได้ ก็เช่น แครอท บร็อคเคอรี่ ผักชีฝรั่ง เป็นต้น

4. ขนม

ขนม หรือที่ฝรั่งนิยมเรียกเก๋ๆ ว่า Treat นั้น สามารถจะให้ได้ค่ะ แต่ว่าไม่ควรให้บ่อยเกินไป ค่ะ ไม่ใช่ว่าให้กินขนมเป็นอาหารหลัก แบบนี้ไม่ถูกต้อง

5. น้ำ

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นนะคะ เราต้องมีน้ำสะอาดไว้ในกรงให้กระต่ายกินได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ เราควรจะใช้กระบอกน้ำ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีค่ะ

       

ภาษากระต่าย

1. กระต่ายไม่ค่อยร้อง และสื่อสารกันด้วยกลิ่น

ถึงแม้ว่ากระต่ายเป็นสัตว์สังคม แต่ว่าพวกเค้าไม่มีการทักทายกันที่ส่งเสียงดังเหมือนเดียวกับสัตว์อื่นเช่นสุนัข หรือแมว นั่นเป็นเพราะว่าพวกเค้า เป็นผู้ถูกล่า และการส่งเสียงดังนั้นย่อมเป็นการบอกให้สัตว์ต่างที่เป็นผู้ล่านั้น
รู้ถึงตำแหน่งของพวกเค้า ดังนั้นเค้าจะเงียบ และใช้กลิ่นในการสื่อสารกันเสียส่วนใหญ่ค่ะ ซึ่งการใช้กลิ่นสำหรับกระต่ายนั้น สำคัญมากค่ะ และกระต่ายมีจมูกที่ไวมาก นับเป็นการสื่อสาร ที่พัฒนาไปมากที่สุดของกระต่ายก็ว่าได้

การใช้กลิ่นนั้น ก็เหมือนกับเป็นบันทึกลับที่กระต่ายบันทึกเอาไว้ให้แก่กันและกัน จะมีเฉพาะกระต่ายที่เข้าใจกัน เช่น เค้าสามารถจะบอกกันได้ว่า ที่ตรงนี้เป็นอาณาเขตของเค้าหรือเปล่า โดยไม่ต้องพูดกันซักคำ นอกจากนี้ กลิ่นยังเป็นประโยชน์อย่างมากในการสื่อสารในที่มืด หรือในยามที่ กระต่ายไม่ต้องการให้ตัวเค้าเป็นที่สนใจ ของสัตว์อื่นโดยเฉพาะผู้ล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสัตว์ที่มีผู้ล่ามากมายเช่นกระต่าย

นอกจากนี้ กระต่ายนั้น ก็มักจะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนเมื่อเค้ารู้สึกเจ็บปวดหรือหวาดกลัว
ซึ่งทำให้การแสดงออกต่างของกระต่ายนั้น มักจะไม่ทำให้เจ้าของสังเกต เพราะว่าการแสดงออก ถึงความอ่อนแอ หากอยู่ในธรรมชาติ เค้าจะตกเป็นเป้าโจมตีของศัตรูได้ง่าย และด้วยความที่เค้าไม่ร้อง เลยทำให้เราคาดคะเนได้ยากว่าเค้าต้องการอะไร หรือป่วยหรือไม่

2. การส่งเสียงร้อง

ตามปกติกระต่ายจะไม่ค่อยส่งเสียงร้องพร่ำเพรื่อค่ะ แต่จะร้องเสียงดังเมื่อเจ็บปวด

3. อาการก้าวร้าว

ปกติแล้วกระต่ายจะอ่อนโยน สุภาพ แต่หากเค้ากลัวมากๆ เค้าก็อาจจะมีอาการก้าวร้าวเช่น กัด หรือ ถีบได้ หากเป็นแบบนี้แปลว่าเค้าไม่ไว้ใจเราค่ะ เราต้องอาศัยเวลาเพื่อให้เค้ารู้ว่า เรารักและจะไม่ทำร้ายเค้า พยายามอย่าทำให้เค้าตกใจกลัว

4. อาการแสดงความเหนือกว่า

กระต่ายบางตัว จะชอบแสดงความเหนือกว่า จะข่มกระต่ายด้วยกัน รวมแม้กระทั่งเจ้าของ เราจะสังเกตเห็นง่ายๆ เช่น เค้าพยายามฉี่รดที่นอนเรา หรือว่า พยายามฉี่บนเก้าอี้ตัวโปรดของเรา รวมแม้กระทั่ง การไปฉี่รดมุมกรงของกระต่ายตัวอื่นๆ พฤติกรรมนี้ เป็นการประกาศถิ่นค่ะ ว่าถิ่นนี้เป็นของเค้า ไม่ใช่ของเรา เหมือนๆกับเด็กที่เอาปากกาเมจิก เที่ยวไล่ขีดบริเวณอาณาเขตของตัวเองบนพื้นห้องนั่นแหละ เราสามารถจะแก้นิสัยนี้ได้ค่ะ โดยหากเค้าฉี่รดที่ๆไม่เหมาะสม เช่น บนเตียง เราก็ต้องกันไม่ให้กระต่ายขึ้นไปบนเตียง เป็นต้น โดยเมื่อเค้าพยายามจะเข้าไปในเขตนั้นเมื่อไร เราก็จับเค้าไปวางไว้ที่อื่นตลอด เค้าจะรู้เองในที่สุด

5. กระทืบเท้า

เมื่ออยู่ตามธรรมชาติ การกระทืบเท้าลงบนพื้น คือ สัญญาณที่แสดงถึงความวิตกหรือหวาดกลัวของพวก เค้า โดยการ กระทืบขาหลังของเค้าลงที่พื้น การกระทำเช่นนี้ไม่เป็นเพียงการเตือนเพื่อน ๆ ของเค้าที่อยู่บนพื้นดิน ถึงความไม่ชอบมาพากลเท่านั้น แต่เสียงสะท้อนที่ส่งไปยังพื้นดิน ยังเป็นการเตือนกระต่ายที่อยู่ในรังด้วย ว่าอย่าขึ้นมาบนพื้นดิน

ท่าทางคือกระต่ายจะกระทืบเท้า หลังลงบนพื้น หรืออาจจะทำการยกขาหลังทั้งคู่ดีดขึ้น แล้วกระแทกลงกับพื้น และบางทีก็ฉี่ไปด้วย หลายๆครั้งท่าทางเหล่านี้ ก็ยังบ่งบอกถึงอาการไม่ชอบใจค่ะ อาการนี้เหมือนกับเด็กค่ะ ที่กระทืบเท้าไปมาเวลาที่โดนขัดใจ ไม่พอใจ

เราจะเห็นกระต่ายทำท่านี้เมื่อ เค้า วิตกกังวล หรือเครียด กระต่ายบางตัวทำท่านี้ เมื่อเราพยายามจะเข้าไปไล่ตะครุบตัวเค้า หรือ บางทีเราจะเจอกระต่ายทำท่านี้เมื่อเราย้ายเค้ามาอยู่ในกรงที่คับแคบ กว่าเดิม อาการแบบนี้บางครั้งก็เป็นการข่มขู่ไปด้วย อย่างกระต่ายบางตัวที่ไม่คุ้นเคยกับคน และกลัวคนมาก หากเค้าทำท่านี้แล้วเรายังพยายามเข้าไปจับ เค้าอาจจะต่อสู้ค่ะ

หรือบางครั้งการกระทืบเท้าก็เป็น การแสดงให้เราเห็นว่า เค้าไม่พอใจอะไรบางอย่าง และ พยายามเรียกร้องให้เราทำอะไรให้ เช่น อยากได้อาหารเพิ่ม เป็นต้น

6. ตำแหน่งของหูและหาง

กระต่ายจะใช้ร่างกายในการสื่อสารกับเรา เมื่อกระต่ายกำลังจะจู่โจม มันจะยืดตัวขึ้นตรง และยืดหางออก แล้วก็กระดกหูไปด้านหลัง แต่หากว่า เค้าเอาหูลู่ไปทางด้านหลัง แต่นั่งอยู่ไม่ได้ยืดตัวขึ้นตรง แปลว่า กำลังตั้งรับค่ะ และกระต่ายที่ตั้งรับอยู่อาจจะหาจังหวะจู่โจมกลับได้ค่ะ
   

7. การทำเครื่องหมาย ด้วยกลิ่นใต้คาง

กระต่าย โดยเฉพาะเพศผู้ เราจะเห็นบ่อยว่าเค้าชอบเอาคางถูกับโน่นนี่ ไม่ว่าจะเป็นรอบๆบ้าน หรือว่า กับของในกรง กระต่ายทั้งสองเพศต่างก็มีลักษณะนิสัยนี้เหมือนกัน แต่กระต่ายตัวผู้นั้นอาจจะกระตือรือร้นมากหน่อยและอาจมีคางที่ชื้นและเหนียว
เนื่องจากการหลั่งสาร ของต่อมกลิ่นของเค้าซึ่งอยู่บริเวณนั้น

เค้าทำเครื่องหมายบ่งบอกพื้นที่ ของเค้า เพราะว่ากระต่ายจะมีต่อมกลิ่นอยู่บริเวณหัว และเค้าจะเอาต่อมกลิ่นนี้ ไปถูกับสิ่งของ ที่เค้าคิดว่าอยู่ในอาณาเขตเค้า เพื่อประกาศให้กระต่ายตัวอื่นรู้ว่าเค้าเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ยังใช้เป็นการจำแนกเพื่อนสมาชิกกระต่าย ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันอีกด้วย เหมือน ๆ กับการที่สมาชิกในกลุ่มเดียวกัน จะมีป้ายชื่อหรือเสื้อผ้าที่บ่งบอกถึงกลุ่มที่ตัวเองอยู่
วิธีการนี้ยังเป็นการทำให้กระต่ายมั่นใจว่า เค้ากำลังอยู่กับเพื่อน ๆ ของเค้าเอง ในอาณาเขตของเค้าเอง และยังช่วยขัดขวางการรุกรานอีกด้วย

8. การอึไปรอบๆ

นอกจากนี้กระต่ายยังสร้างกลิ่นไว้กับมูลของพวกเค้าด้วย โดยจะทิ้งมูลเอาไว้ในขณะที่เดินทางไปรอบ ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาหาอาหาร (มูลของกระต่ายนั้นเป็นปุ๋ยอย่างดี เนื่องจากมีแร่ธาตุไนโตรเจนสูง) กระต่าย
ยังจะขุดดินบริเวณไกล้ ๆ กับขอบอาณาเขตของเค้า แล้วทิ้งมูลเอาไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์

อย่างไรก็ตาม นิสัยในการขับถ่ายอย่างหนึ่งของกระต่ายที่น่าประทับใจก็คือการใช้พื้นที่ที่เป็นห้องน้ำ
ซึ่งเป็นนิสัยตามธรรมชาติที่ทำให้เราสามารถสอนกระต่ายให้เข้าห้องน้ำได้ค่อนข้างง่าย

ตามธรรมชาติ ห้องน้ำของกระต่ายจะถูกใช้โดยสมาชิกทุกตัวภายในกลุ่ม และอาจถูกสร้างขึ้นมาจาก กองมูลของพวกเค้า โดยทั่วไปห้องน้ำเหล่านี้จะอยู่ในบริเวณที่สูง

ห้องน้ำนี้จะเป็นสัญลักษณ์ให้กับกระต่ายทั้งในด้านการมองเห็นและกลิ่น สำหรับเหล่ากระต่ายแล้ว
ห้องน้ำนี้ก็เหมือนเป็นการประกาศว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นของกระต่ายอีกกลุ่มไหน เป็นการเตือนหาก พวกเค้ากำลังเข้าใกล้อาณาเขตของกระต่ายอีกกลุ่มหนึ่ง

9. การทำเครื่องหมายด้วยกลิ่นปัสสาวะ

วิธีนี้อาจเป็นวิธีที่กวนใจเราที่สุดของกระต่ายก็คือการปัสสาวะ กระต่ายนั้นไม่เหมือนกับสุนัขหรือแมว หรอกนะคะ
ที่จะปัสสาวะใส่วัถุต่าง ๆ ในอาณาเขตของตัวเองเท่านั้น แต่ว่ากระต่ายนั้นจะปัสสาวะใส่กันและกัน
และในบางครั้งยังจะปัสสาวะใส่คนด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่บ่อยก็ตาม

นิสัยเหล่านี้จะพบบ่อยในกระต่าย ตัวผู้ การปัสสาวะ บางครั้งจะปัสสาวะจะหมายความถึง กระต่ายที่เป็นลูกน้องหรือผู้รุกราน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการขอความรัก

การขอความรักนั้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับกระต่าย และกระต่ายตัวผู้ก็จะเอาจริงเอาจังกับมันมากทีเดียว
เวลาที่กระต่ายตัวผู้พบตัวเมียที่ถูกใจ อันดับแรกเค้าจะทำการขอความรักโดยการเดินตามตัวเมียไป
หลังจากนั้นอาจเป็นการเดินเข้า ๆ ออก ๆ จากตัวเมียในขณะที่ยกหางของมันขึ้น หากกระต่ายตัวเมียยังไม่สนใจ
เค้าจะเรียกร้องความสนใจมากขึ้น โดยการวิ่งเลยตัวเมียไปและปัสสาวะใส่
กระต่ายเลี้ยงบางส่วนจะเรียนรู้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่พวกเค้าสามารถใช้เรียกร้องความสนใจจากเจ้าของได้

10. เลีย

เคยเห็นแม่กระต่ายไหมคะ เค้าจะแสดงความรักกับลูกๆ ด้วยการเลียค่ะ หากกระต่ายเลียใครล่ะก็ เป็นการบอกว่าเค้ารักคน ๆ นั้นค่ะ

11. การเอาหัวดันเรา

กระต่ายจะเอาส่วนจมูกดันเราเพื่อเรียกร้องความสนใจค่ะ หรือเวลาที่เค้าพยายามข่วนพื้น โดนใช้ขาหน้า ท่าทางเหล่านี้ก็เพื่อให้เราสนใจค่ะ (คล้ายๆการสะกิดของคนนั่นหละค่ะ) แต่บางครั้งท่าทางคล้ายๆกันนี้ ้ก็เป็นการบอกให้เราหยุดได้แล้ว เช่น หากเรายัดเยียดอาหารกระต่าย แต่กระต่ายอิ่มแล้ว กระต่ายอาจจะพยายามเอาช่วงจมูกดันมือเราออกไป มันเป็นการบอกเราว่า" ขอบคุณแต่ว่า พอได้แล้วหละ หยุดเถอะ"

12. การงับหรือแทะๆ

บางครั้งกระต่ายจะงับเรา เพื่อเรียกร้องให้เราสนใจเค้า หรืออยากให้เราทำอะไรบางอย่างให้ การงับไม่ใช่การกัดนะคะ คนละแบบกับการกัดเพื่อต่อสู้ค่ะ

ซึ่งบางทีเค้าก็ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าการทำแบบนั้นบางครั้งทำให้เราเจ็บ เค้าเพียงแต่ต้องการเรียกร้องความสนใจค่ะ เชื่อหรือไม่คะ ว่ากระต่ายไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เราเจ็บค่ะ ซึ่งอันนี้แก้ได้โดย หากเราเจ็บและร้องออกมาทุกครั้งที่เค้างับแรงๆ กระต่ายจะเรียนรู้เองว่าจะต้องงับเบากว่าเดิม หรือไม่ก็เลิกงับไปเลยก็มีค่ะ

แต่บางครั้งอาการงับนี่ก็เป็นการ แสดงให้เห็น ถึงความเหนือกว่าค่ะ เช่นหากกระต่ายพยายามงับเราเมื่อเรา นั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง นั่นคือกระต่ายพยายามจะบอกว่า "เก้าอี้นี่เป็นที่ของกระต่ายนะ และคุณควรจะออกไป" วิธีแก้ก็คือ ให้ร้องค่ะ ให้กระต่ายรู้ว่าเราเจ็บ และวางกระต่ายลงบนพื้น และค่อยๆเอามือกดหัวกระต่ายลงเบาๆ อาการนี้เป็นอาการบอกกระต่ายว่า "เราเหนือกว่า เราคือเจ้านายนะ" ให้ทำแบบนี้หลายๆครั้งจนกว่ากระต่ายจะ เลิกท้าทายเรา หากทำยังงั้นแล้ว เค้ายังไม่เข้าใจ ก็ให้เราเอาเค้าไปไว้ในกรงซักพัก เพื่อให้กระต่ายรู้ได้เองว่า "ไม่ใช่หรอก ที่ของกระต่ายคือในกรงต่างหาก"

13. นอนเหยียดยาว

หากกระต่ายนอนโดยยืดขาออกจนสุด หูตกลงมาราบกับลำตัว ตาหรี่ลงครึ่งนึง แปลว่าอยากจะนอนพักผ่อน โดยไม่ต้องการการรบกวนค่ะ

14. กัดทึ้งขนตัวเอง

หากกระต่ายเพศเมีย กัดดึงขนของตัวเองออกมาสะสมไว้ในปาก แล้วเอาไปซุกไว้ตามที่ต่างๆ วิ่งไปวิ่งมารอบ ๆ หรือคาบสิ่งของหรือเศษผ้ามากองไว้ แปลว่ากระต่ายเตรียมจะทำรังคลอดลูกที่นั่น

15. ยืนด้วยขาหลัง ยกขาหน้าขึ้นกลางอากาศ

เป็นท่าขอค่ะ เช่นกระต่ายอยากจะได้อะไรที่อยู่ในมือเรา หรืออยู่สูงกว่า เช่น ขออาหาร

16. งับสิ่งของแล้วเหวี่ยงขึ้นลงไปมา

เป็นการแสดงอาการหงุดหงิดค่ะ

17. อาการหาคู่

กระต่ายที่โตขึ้นมา มีฮอร์โมนมาผลักดัน แล้วพยายามหาคู่ผสมพันธุ์ แต่ว่า ไม่มีคู่ กระต่ายจะหงุดหงิดค่ะ และแสดงอาการก้าวร้าวออกมา ส่วนใหญ่จะแสดงอาการคือ วิ่งวนไปมารอบๆเท้าเจ้าของ พยายามปีนเจ้าของหรือสิ่งของ และมีกัดเจ้าของในบางครั้ง ซึ่งอาการเหล่านี้แก้ไดยการ ทำหมันค่ะ

18. การขุด

การขุดเป็นนิสัยตามธรรมชาติค่ะ เพราะว่ากระต่ายจะอาศัยอยู่ในโพรง เค้าจึงมักจะขุดโน่นนี่ แต่หากการขุดของกระต่ายทำให้สิ่งของในบ้านเสียหาย เราสามารถจะแก้ได้โดย เบี่ยงความสนใจของเค้า และเอากล่องเปล่ามาให้เค้าค่ะ และวางเค้าลงไป ให้เค้าขุดกล่องเปล่าเล่นแทน พอเค้าขุดกล่องเปล่าเราก็ให้ขนมเค้า เป็นรางวัล และขัดขวางเค้าทุกครั้งที่เค้าพยายามจะขุดสิ่งของหรือบริเวณที่เราไม่อยาก ให้ขุด ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เค้าจะเข้าใจเองค่ะ ว่าหากอยากขุดก็ควรจะขุดในกล่องที่เราเตรียมไว้ให้

19. อาการหมอบกดตัวเองลงกับพื้น

กระต่ายกดตัวเองลงกับพื้น เป็นอาการที่เกิดจากความกลัวค่ะ เหมือนเรา เวลาเรากลัวมากๆเราจะพยายามหดตัวให้เล็กที่สุด กระต่ายก็หมือนกันค่ะ

20. การปีนขึ้นหลังตัวอื่น

กระต่ายที่โตกว่า บางครั้งจะปีนขึ้นไปบนหลังตัวอื่น แม้ว่าบางทีจะเป็นเพศเดียวกัน นั่นไม่ได้แปลว่า กระต่ายเป็นเกย์หรอกนะคะ แต่ท่าการปีนที่คล้ายการผสมพันธุ์นี้ เป็นอาการข่มตัวอื่นค่ะ กระต่ายตัวที่ปีนขึ้นหลังตัวอื่นทำแบบนี้ เพื่อเป็นการบอกว่า "ฉันเหนือกว่า"

21. นอนเอาหัวอิงกัน

หากกระต่ายนอนพิงกัน เองหัวเกยกับอีกตัว แปลว่ากระต่ายทั้งคู่เข้ากันได้ดีค่ะ
 

ขอขอบคุณ: http://www.thaigoodview.com