ป้ายโฆษณา

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

ก่อนซื้อโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์มือสอง ตรวจ S/N ที่แจ้งหาย/ถูกขโมยที่นี่!! BlockSerial.Com

นักฟุตบอลต้นแบบของลูกน้อย

พิมพ์อีเมล

( 2 Votes )
 

นักฟุตบอลต้นแบบของลูกน้อย

  

นักฟุตบอลต้นแบบของลูกน้อย
โดย : อ.พิทักษ์ ศุภบัณฑิตย์กุล
          ประวัติผู้ฝึกสอน คลิ๊กที่นี่

  


          คำว่าบุคคลต้นแบบหรือที่เราเรียกกันว่า “ไอดอล (Idol) “ นั้นสำหรับทางการกีฬาฟุตบอลเราก็จำเป็นที่จะต้องให้เด็กๆ ได้รู้จักกับนักฟุตบอลต้นแบบของเขา ให้เขาได้เห็นแบบอย่างการเล่น ได้ติดตาม และนำเรื่องราวการเล่นของนักฟุตบอลของทีมนั้นๆ มาคุยกัน เป็นอีกการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ว่าสักวันหนึ่งเขาจะเก่งได้เช่นเดียวกับนักฟุตบอลต้นแบบ หรือนักฟุตบอลที่เขาชื่นชอบในความสามารถ ดังนั้นการมองหาความสนใจของลูกน้อยว่าเขาสนใจต้นแบบคนไหน หรือชอบสไตล์การเล่นแบบใดจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องทำความเข้าใจกันอย่างมาก เพราะมันมีผลต่อการพัฒนาเทคนิคการเล่น และบุคลิกภายนอกของเขา



 วัยของลูกน้อยกับการทำความเข้าใจถึงต้นแบบของเขา
       อายุของลูกน้อยที่อยู่ในวัยที่จะเล่นกีฬาและสามารถทำความเข้าใจกับเกมการเล่นที่ต้องมีกติกาไม่ยากก็น่าจะอยู่ที่ช่วง 8-9 ปี ในการฝึกกีฬาเขาจะอยู่ในช่วงของการปรับสมดุลร่างกาย การเคลื่อนที่ และกิจกรรมที่เสริมสร้างความคล่องตัว แต่ไม่ใช่ช่วงเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การฝึกที่หนักเกินไปเพื่อให้เด็กแข็งแกร่งจึงเป็นการทำลายโอกาสในการขยายตัวของกล้ามเนื้อมากกว่าที่จะสร้างกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ สมมุติว่าเรานั่งดูการถ่ายทอดฟุตบอลคู่หนึ่งหรือไปนั่งชมที่สนาม ถ้าเขาชอบตำแหน่งกองหลังเขามักจะมองที่การเล่นของผู้เล่นตำแหน่งกองหลัง และถ้าเขามีประสบการณ์ในการดูหลายๆ ทีมเขาจะเปรียบเทียบได้ว่าเขาชอบใครและใครเล่นได้ดีมากๆ ในสายตาของเขา เด็กที่ชอบเล่นกองหลังเขามักจะไม่ค่อยมีขวัญใจเป็นกองหน้า ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบ แต่เขากำลังสวมวิญญาณของกองหลังอย่างเต็มที่
 


สมมุติว่าลูกชายหัวแก้วเราเกิดชอบนักเตะอย่าง จอห์น เทอร์รี่ ของเชลซี และทีมชาติอังกฤษ เขาก็จะเล่นให้คล้ายๆ กับ จอห์น เทอร์รี่ เมื่อเวลาซ้อม หรือแข่งขันกับเพื่อนๆ เขา ในความเป็นจริง เขาเทียบความสามารถกับจอห์น เทอร์รี่ ไม่ได้เลย ดังนั้นการสร้างความกดดันให้เขาเวลาซ้อมว่าต้องเขาสกัดให้ได้ หรือต้องกระแทก เบียด ปะทะ อะไรพวกนี้คือการสร้างลักษณะการเล่นที่ข้ามขั้นตอนไป เราอาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องซีเรียส ทว่าลองคิดดูนะครับ ว่าเด็กที่ฝึกมามีความพร้อมของกล้ามเนื้อต่อการปะทะขนาดไหน เขาเข้าใจกับเทคนิคการแย่งบอลหรือเปล่า จำเป็นขนาดไหนในการต้องปะทะกับคู่ต่อสู้ ถ้าพลาดแล้วบาดเจ็บเขาจะเกิดความรู้สึกอย่างไรกับเกมฟุตบอล ความผิดพลาดจากการซ้อมหรือแข่งขันถ้าโดนตำหนิเกินไป เขาจะฝังใจและเก็บเป็นความเครียด แน่นอนว่าถึงแม้เจตนาจะสร้างให้เขาจำกับบทเรียนในสนาม แต่การสะสมความเครียดนานวันเข้าไม่ดีแน่นอน
 


การฝึกฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องการเวลาและขั้นตอนที่ถูกต้อง วันนี้คุณอาจจะมีลูกชายหรือลูกสาวที่เล่นบอลได้ดีแต่ไม่สามารถเล่นได้แกร่งกร้าวเกินวัย เพราะคำว่า “เกินวัย” สำหรับการฝึกเป็นเรื่องหนักเกินไป ส่วนคำว่า “พรสวรรค์” คือองค์ประกอบของสรีระเขาและสมองที่เรียนรู้การเล่นได้ง่ายกว่าคนอื่นช่วยให้เก่งเกินวัย อันนี้ดีและต่อยอดได้ด้วยพรแสวง คือการฝึกฝนให้ถูกขั้นตอน ใช้เวลาอีกนิดแล้วคุณจะได้นักกีฬาเก่งๆ อีกคนที่เป็นความภาคภูมิใจของคุณและตัวเขาเอง
 


ส่วนลูกน้อยที่อยู่ในวัยที่โตขึ้นก็สามารถที่จะเรียนรู้ รับการฝึกที่หนักขึ้นได้ตามลำดับ อย่างเช่น อายุ 9-10 ปี ก็เริ่มที่จะฝึกเรื่องของความคล่องตัว การรักษาสมดุลร่างกาย เทคนิคการเล่น  อายุ 11-12 ปี ก็เริ่มที่จะเสริมสร้างสมรรถภาพกล้ามเนื้อได้ระดับหนึ่ง ฝึกเรื่องของเทคนิคการเล่น ระบบการเล่น พอเริ่ม 13 ปี ขึ้นไปก็ฝึกได้หนักขึ้นตามลำดับ

 

 



การแสดงออกเช่นเดียวกับต้นแบบ
     เราทำความเข้าใจกับอายุที่ต้องสัมพันธ์กับพฤติกรรมการลอกเลียนแบบและความหนักเบาของการฝึกแล้ว ทีนี้เรามาลองดูว่าลูกๆ ของเราเขาเอาอะไรมาเป็นแบบอย่างบ้าง ถ้าลูกชอบแต่งตัวหล่อๆ ลงสนาม เนี๊ยบตลอด และหลอกล่อเพื่อนๆ ด้วยการสับขา เราอาจเดาได้ว่าเขาต้องชอบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของรีล แมดริด ถ้าเวลาเล่นเขาจะต้องเป็นคนขอเตะลูกฟรีคิ๊ก แสดงว่าเขาชอบเดวิด เบคแฮม หรือรีโอเนล แมสซี่ ก็ว่ากันไป สังเกตและคุยกับเขามากๆ คุยหยอกและสนับสนุนเขาเมื่อเขาเอาสิ่งดีๆ จากนักเตะต้นแบบของเขามาใช้ทั้งในและนอกสนาม เช่นกันกับการทำสิ่งที่ตรงกันข้ามจากพฤติกรรมก้าวร้าวและรุนแรงของนักเตะที่เขาชื่นชอบ อย่างเช่น การด่ากรรมการ การเสียบสกัดที่รุนแรง การถุยน้ำลายลงสนาม การแสดงความก้าวร้าวต่างๆ เหล่านี้คือการแสดงออกในทางลบ แม้หลายคนบอกว่านี่คือบุคลิกที่จำเป็นของนักกีฬาอาชีพ แต่อย่าลืมว่าเด็กกำลังทำตาม เขาไม่ใช่นักเตะอาชีพ เขาเลือกที่จะเป็นนักเตะอาชีพที่มีบุคลิกดีกว่านี้ได้
 

 

 

พ่อและแม่ รวมถึงผู้ปกครองคือต้นแบบของเขา
   หลายท่านอาจมองข้ามตัวเองไปว่า พวกคุณก็คืออีกต้นแบบเช่นกัน ผมเองมีหลายชายคนโตที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ผมเองในตอนนั้นก็เป็นนักกีฬาฟุตบอล เขาจะติดตามผมไปสนาม และมักจะแสดงท่าเตะต่างๆ ให้ผมและครอบครัวดู ความสุขของเขาคือทำให้ทุกคนมีความสุขด้วยวัยแค่ 5-6 ขวบ และเราก็มักจะมีกิจกรรมในการเล่นกีฬากันตลอดกระทั่งเขาโตขึ้น ทว่าเขากลายเป็นนักบาสเกตบอลของโรงเรียน เนื่องจากเขาตัวสูงใหญ่ และสรีระร่างกายที่เหมาะกับการเล่นบาสเขาก็เลือกสิ่งที่เขาเล่นได้ดี ผมก็โอเคด้วยเพราะเหตุผลมันเหมาะกันดี จึงยกเป็นตัวอย่างให้อ่านกันว่า บางทีเราไม่จำเป็นต้องให้เขาเป็นอย่างที่เราเป็น เพียงแต่ให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาถนัด และเลือกเลียนแบบเราจากสิ่งดีๆ ที่เราทำให้เขาดูเป็นตัวอย่างทั้งที่เจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม
 

นักกีฬาที่มีชื่อเสียงส่วนมากมักมีพ่อแม่ที่เป็นนักกีฬา แต่ก็มีไม่น้อยที่พ่อแม่ไม่ได้เป็นนักกีฬาแต่ส่งเสริมลูกให้ได้ฝึกกระทั่งเก่ง มีชื่อเสียง ถ้าสังเกตและศึกษาประวัตินักกีฬาเหล่านี้เราจะเห็นถึงสิ่งที่เขาลอกเลียนจากพ่อแม่ผู้ปกครอง นั่นก็คือ ความทุ่มเท เอาใจใส่ และรับผิดชอบ นี่คือปัจจัยพื้นฐานของนักกีฬาเยาวชน เมื่อคนในครอบครัวเขามีตัวอย่างดีๆ ให้เขาและเขาทำตาม จึงไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเติบโตเป็นนักกีฬาที่ดีได้ ... อย่าลืมนะครับว่า เราคือตัวอย่างของพวกเขาเป็นไอดอลในดวงใจของลูกน้อย ..แม้เขาไม่เคยบอก คุณเองก็น่าจะเห็นได้จากตัวเขา ก่อนนอนคืนนี้ กอดเขาก่อนนอนนะครับ ลูกและคุณจะได้ฝันดี
 


ติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่

 อาจารย์ พิทักษ์ ศุภบัณฑิตย์กุล
    อีเมล์ pitak_immanuel@yahoo.com